ในยุคที่ การเปลี่ยนแปลงทางการเงิน เจอกับ ความผันผวนอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประชาชนคนทำงาน ต้องสะอึก เมื่ออภิมหาเศรษฐีผู้กุมบังเหียนเศรษฐกิจ ผู้จบจากเยลและอดีตผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องพื้นฐานทางการเงิน ของประชาชนทั่วไป จนนำไปสู่การตั้งคำถามถึงความเข้าใจความเป็นมนุษย์
จากการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวชื่อดัง สก็อตต์ เบสเซนต์ ได้แสดงความหงุดหงิด ถึงชายวัยทำงาน ที่นำรายได้อันน้อยนิดไปแลกกับตั๋วพาวเวอร์บอล โดยเขามองว่า "ความโง่" ที่ทำให้พวกเขาไม่หลุดพ้นจากความยากจน
ทัศนคติเช่นนี้ ตอกย้ำให้เห็นถึง click here ความห่างเหินทางชนชั้น ระหว่างเศรษฐีไอวีลีก กับคนที่ต้องนับเหรียญจ่ายค่าเช่าบ้าน ทว่าในมุมมองของสังคม สิ่งที่เขาตำหนิ อาจเป็นเพียงสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงจิตใจ ของชนชั้นกลางที่กำลังจะหายไป
Scott Bessent พยายามสอนว่า ประชาชนควรเอาเงินไปลงทุน ซึ่งตามหลักการแล้ว มันเป็นวิธีสร้างตัวที่ยอดเยี่ยม แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน เงินเพียงไม่กี่ดอลลาร์ แทบไม่มีน้ำหนักพอ ในวันที่ราคาสินค้าพื้นฐานแพงขึ้นหลายเท่าตัว
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ขีดจำกัดการออมในบัญชี IRA ที่ออกแบบมาเพื่อคนชั้นกลางระดับบน แต่สำหรับคนที่ต้องเลือกระหว่าง ค่าเช่าที่พัก การเทศนาเรื่องวินัยการเงิน จึงฟังดูเหมือน การดูถูก ของผู้ที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ
เรื่องราวที่เกิดขึ้น สะท้อนความจริงที่ว่า การกำหนดนโยบายการคลัง ต้องมีความเห็นอกเห็นใจประชาชน ไม่ใช่การโทษปัจเจกบุคคล แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นตอ หากผู้บริหารระดับสูงยัง มองไม่เห็นหัวคนจน ความสามัคคีในชาติ จะกลายเป็นรอยร้าวที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ
สุดท้ายนี้ ไม่ว่ามุมมองทางการเงินจะเป็นอย่างไร การเข้าใจภาระหน้าที่ของแต่ละคน คือพื้นฐานของสังคมที่สงบสุข เราอาจจะเน้นการออมเงินเป็นหลัก แต่เราต้องไม่ลืมว่าทุกคนมีเหตุผลในการใช้ชีวิตที่ต่างกัน โดยเฉพาะในยุคที่ความกดดันถาโถม ความฝันในราคา 2 ดอลลาร์ อาจเป็นสิ่งที่ช่วยให้เพื่อนร่วมชาติ ก้าวเดินต่อไปได้ในโลกที่แสนโหดร้าย